ปรับโฉมใหม่ คุ้มค่ากว่าเดิม


อัลบั้มภาพ ความประทับใจ
และบรรยากาศ การเรียนการสอน

เรียนทำน้ำปั่น

เรียนทำกาแฟโบราณ


เรียนน้ำปั่น

เรียนกาแฟโบราณ

Smoothies Clubs
Smoothies Clubs
น้ำผลไม้ปั่น คว่ำไม่หก

หลักสูตรสอน

เรียนทำน้ำปั่น


Smoothies Super Combo

เรียนน้ำปั่น

by ครูจิ๊บ ต้นฉบับน้ำปั่นคว่ำไม่หก


หลักสูตรสอน
ชานมไข่มุก
สูตรไต้หวัน สำหรับเปิดร้าน


หลักสูตรสอน

เรียนทำกาแฟโบราณ


กาแฟโบราณ ขนมปัง สังขยา นมสด

เรียนกาแฟโบราณ

สำหรับเปิดร้าน

Smoothies Clubs
เกร็ดความรู้ตารางเรียน
Smoothies Clubs

เกี่ยวกับ SMOOTHIESCLUBS

Smoothies Clubs
VDO smoothies
กระดานพูดคุย
หัวข้อ
อ่าน
Webboard smoothies
ตั้งกระทู้ใหม่ || ดูทั้งหมด

3 สูตรกากกาแฟสดสำหรับสครับผิว เสกผิวคุณให้ขาวใสสไตล์ธรรมชาติ การสครับกาแฟสดด้วยสูตรกากกาแฟสำหรับขัดผิว เป็นหนึ่งในสูตรของการประทินความงามที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะนอกจากประโยชน์ชนิดที่เรียกว่าเป็นการครอบจักรวาลในด้านอื่นๆ ของกาแฟสดแล้ว สาวๆ ยังคิดหาหนทางสร้างความงามให้กับจนเอง ด้วยการนำกากกาแฟสดมาใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับขัดผิวหน้า ขัดตัว สครับผิวสำหรับใช้พอกตามจุดที่คล้ำเสีย เป็นสิวง่ายอีกด้วย โดยส่วนประกอบของการสครับผิวด้วยกากกาแฟสด ไม่จำเป็นต้องซื้อหามาในราคาแพงเพราะเพียงแค่มี "กากกาแฟสด" เป็นส่วนประกอบหลักและใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่นๆ ตามคุณสมบัติของการขัดผิวที่ต้องการ โดยสามารถหาได้ง่ายทั่วไปตามครัวเรือนหรือในท้องตลาด รับรองว่าจะเป็นสูตรดูแลผิวที่ช่วยให้คุณประหยัด แต่ให้คุณภาพคับแก้วที่ไม่แพ้ครีมสครับราคาแพงอย่างแน่นอน 1.กากกาแฟสด+น้ำผึ้ง+นมสด สูตรนี้จะใช้น้ำผึ้งและนมสดเป็นตัวช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพให้ผิวของคุณมีความชุ่มชื้นขึ้น เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวแห้ง ซึ่งการสครับด้วยกากกาแฟสดสำหรับขัดผิวสูตรนี้ จะช่วยลดอาการแห้งระคายเคืองของผิวให้น้อยลง แถมกากกาแฟยังทำหน้าที่เป็นเม็ดบีดส์ในการกำจัดสิ่งสกปรกในรูขุมขนให้หลุดออกไปได้อย่างหมดจดอีกด้วย สัดส่วนที่ผสม กากกาแฟประมาณ 4 ช้อนชา ผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และนมสด 1 ช้อนโต๊ะ นำมาคนให้ส่วนผสมเนียนเข้ากันโดยต้อง ไม่เหลวจนกินไป จากนั้นนำไปขัดผิวหน้าและวนให้เป็นวงกลมอย่างเบามือประมาณ 5 นาที ค่อยพอกทิ้งไว้ 10-20 นาที จากนั้นจึงค่อยๆล้างออกตามปกติ จะสังเกตว่าผิวค่อยๆ ขาวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 2.กากกาแฟสด+ผงขมิ้น ในผงขมิ้นมีคุณสมบัติช่วยกำจัดเอาสารเคมีตกค้างที่ผิวออกไปได้อย่างหมดจรด หากนำมาทำหน้าที่ร่วมกับกากกาแฟสดจะช่วยทำให้ผิวได้รับการปรนนิบัติอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สัดส่วนที่ผสม ใช้กากกาแฟสดและผงขมิ้นอย่างละเท่าๆ กัน ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย จัดการคนให้ได้เป็นเนื้อครีม จากนั้นนำมาขัดที่ผิวหน้าอย่างเบามือ และให้เน้นบริเวณที่เกิดสิวง่าย บริเวณที่เป็นสิวเสี้ยน ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วล้างออก บำรุงต่อด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแห้ง-แตก 3.กากกาแฟสด+เบบี้ออยล์ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวแห้งมาก และระคายเคืองได้ง่าย เพราะการขัดผิวอาจทำได้ยากในบางครั้ง สัดส่วนที่ผสม ให้ผสมกากกาแฟสดร่วมกับเบบี้ออยล์ หรือโลชั่นที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นลงไป โดยส่วนของกากกาแฟสดจะทำหน้าที่ขัดผิวและกำจัดเชื้อแบคทีเรียไปในตัว สำหรับส่วนผสมอื่นๆ ทำหน้าที่ปกป้องผิวไม่ให้แห้งลอก อีกทั้งการขัดผิวด้วยวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้สารบำรุงจากครีมบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น หลังขัดให้ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วจึงล้างทำความสะอาด กากกาแฟสดสำหรับขัดผิวมีดีกว่าที่คิด แถมยังเป็นตัวช่วยดูแลผิวราคาเบาๆ แต่คุณภาพพรีเมียมที่จะทำให้สาวๆ มีผิวสวยใสไร้ปัญหาจากสารเคมีอันตรายได้อีกด้วย เหตุผลของการชงกาแฟสดอร่อยกว่ากาแฟสำเร็จรูป กาแฟผงสำเร็จรูป ที่เราเห็นส่วนใหญ่นั้น คือน้ำกาแฟสดที่ถูกนำไปทำให้แห้งเพื่อให้เกิดความสะดวกในขั้นตอนการชงดื่ม โดยทำการชงได้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งไม่ต้องมีอุปกรณ์และขั้นตอนการชงที่ยุ่งยากวุ่นวาย เพราะกาแฟผงสำเร็จรูปที่หลายคนทราบก็คือ...เป็นกาแฟที่สามารถละลายในน้ำร้อนได้หมด และไม่มีกากกาแฟเหลืออยู่เหมือนกับการชงกาแฟสด แถมยัง เก็บรักษาง่าย กลิ่นและรสชาติก็ไม่แปรปรวน ที่สำคัญยังพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ความแตกต่างของกาแฟสดและกาแฟสำเร็จรูป สำหรับกาแฟสด ก็คือเป็นการชงกาแฟแบบสดใหม่ตอนที่ต้องการจะดื่ม ซึ่งจะต่างจากกาแฟสำเร็จรูปคือ กาแฟสดจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากกว่า ทั้งต้องบดเมล็ดกาแฟและนำใส่เครื่องชงซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ และจะต้องกรองกากกาแฟออกเพื่อให้เหลือแต่น้ำกาแฟสำหรับพร้อมดื่ม อีกทั้งการเก็บรักษาน้ำกาแฟสดเพื่อให้คงรสชาติและกลิ่นไว้ได้ดี ยังทำได้ยากกว่ากาแฟสำเร็จรูปอีกด้วย กระบวนการผลิตต่างกัน ทำให้รสชาติกาแฟสดต่างกัน กาแฟสด กาแฟสด จะเริ่มต้นตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟดิบพันธุ์ดี มาทำการคั่วในระดับต่างๆ แล้วแต่เทคนิคของแต่ละยี่ห้อ แต่ละคน จากนั้นนำมาบดให้เป็นผงแล้วจึงนำผงกาแฟนั้นเข้าเครื่องชงกาแฟแล้วทำการสกัดเป็นน้ำกาแฟสดออกมา จะเหลือกากกาแฟซึ่งกินไม่ได้ โดยกาแฟสดจะให้รสชาติอร่อย หอมละมุนกว่า เนื่องจากการคัดเลือกเมล็ดกาแฟพันธุ์ดี ที่ได้รับการคั่วบดและเก็บรักษามาอย่างดีก่อนทำการชงนั่นเอง ในขั้นตอนการชงที่สดใหม่ก็จะเป็นการสนับสนุนรสและกลิ่นของกาแฟสดให้ดีขึ้นอีก ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้คนส่วนมาก ราคาจึงสูงกว่ากาแฟสำเร็จ กาแฟสำเร็จรูป ขั้นตอนการทำกาแฟสำเร็จรูป : คือ การคัดเลือกคุณภาพและเมล็ดกาแฟ มาทำความสะอาด การผสมกาแฟ : คือ การนำเมล็ดกาแฟพันธุ์ต่างๆ ที่คัดเลือกมาผสมกันตามสูตรเฉพาะของแต่ละยี่ห้อ ส่วนใหญ่ใช้เป็นโรบัสต้า แต่ในบางสูตรอาจจะผสมอาราบิก้าเพื่อให้ได้รสที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น การคั่วเมล็ดกาแฟ : การคั่วจะใช้อุณหภูมิประมาณ 200 องศาเซลเซียส เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการผลิตกาแฟ เพราะรสชาติและกลิ่นของกาแฟจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้ การบด : เป็นการใช้เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ระดับการบดทั่วไปคือ บดหยาบ บดหยาบปานกลาง บดละเอียดแต่จะละเอียดมากหรือน้อยขึ้นอยู่ที่เทคนิคของแต่ละที่ การสกัด : คือ การแยกส่วนที่ละลายน้ำได้ในกาแฟคั่วบดออกมา โดยใช้น้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อให้อุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของน้ำ และยังช่วยเพิ่มอัตราการละลายของสารกาแฟ เพื่อให้ได้น้ำกาแฟที่มีความเข้มข้นอยู่ที่ 15-25 เปอร์เซ็นต์ การทำแห้ง : คือ การแยกส่วนของกาแฟกับน้ำที่เป็นตัวทำละลายออกจากกัน ทำให้น้ำระเหยออกไป ด้วยวิธีทำแห้งแบบพ่นฝอย จะได้ผงกาแฟมีลักษณะสีน้ำตาลเข้ม ขนาดเล็ก แม้จะได้รับความนิยมมาก แต่จะทำให้กลิ่นและรสชาติสูญเสียไปค่อนข้างมากส่วนใหญ่ใช้กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ส่วนอีกวิธีคือ การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง คือทำให้ของแข็งกลายเป็นไอโดยไม่ละลาย ลักษณะผงกาแฟจะเป็นเกล็ดขนาดใหญ่กว่า มีสีน้ำตาลอมทอง สามารถรักษากลิ่นและความสดของเมล็ดกาแฟดั้งเดิมไว้ได้ดี หลังจากได้ผงกาแฟแห้งแล้ว จึงนำเข้าบรรจุภัณฑ์ โดยผงกาแฟสำเร็จรูปเป็นกาแฟชนิดปรุงสำเร็จต่างจากกาแฟสดตรงที่มีความง่ายต่อการบริโภคหรือเรียกว่า 3 in 1 มีทั้งแบบเข้ม หวานมัน กลมกล่อม ฯลฯ จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการผลิตกาแฟสำเร็จรูปไม่ได้ง่าย เพียงแต่ขั้นตอนทั้งหมดเมื่อสำเร็จมาจากโรงงานแล้ว ก็จะช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการชงดื่ม แต่มีข้อเสียคือรสชาติและกลิ่นที่เสียไปในกระบวนการผลิต แม้จะมีความสะดวกสบายแต่คนส่วนใหญ่ยังชอบที่จะดื่มกาแฟสด ที่แม้จะยุ่งยากและราคาแพงกว่า แต่ก็เพื่อแลกกับรสชาติที่ดีกว่าเช่นกัน 6 เคล็ดลับการจัดร้านกาแฟสดให้ถูกตามหลักฮวงจุ้ย..เพื่อเรียกเงินล้าน หันไปทางไหน ก็มักจะเจอกับร้านกาแฟสดที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ที่ไม่ว่าจะมีทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ เลือกกันแทบไม่ถูก แต่ก็ไม่ใช่ว่าร้านกาแฟสดทุกร้านจะขายดีทั้งหมด เพราะมีบางร้านเปิดมาได้ไม่นานก็มีอันต้องปิดตัวลงไป ซึ่งอาจมาจากสาเหตุหลายๆ อย่าง แต่ถึงจะมีความเสี่ยงแค่ไหน หลายคนที่ชื่นชอบกาแฟและอยากจะเปิดเป็นร้านกาแฟสดสไตล์ของตัวเอง ก็ยังคงมีความคิดที่จะเปิดร้านกาแฟสดอยู่ดี มาดูเทคนิคการเปิดร้านกาแฟสดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย..เพื่อเรียกเงินล้านกันดักว่า! 1.การเลือกทำเลที่ตั้ง ภาษาฮวงจุ้ยเรียก ทำเล ว่าพลังชี่ ซึ่งพลังชี่หมายถึงพลังงานที่มีการเคลื่อนไหวอยู่บ่อยๆ เหมือนสายน้ำ ซึ่งการหาทำเลที่มีผู้คนมากมายเดินผ่าน ไม่ว่าจะเป็นตามตลาดนัดต่างๆ หรือตามแหล่งชุมชน แหล่งทำงาน ห้างฯ ซึ่งแน่นอนว่าพลังชี่ในบริเวณนั้นย่อมไหลแรงไม่หยุด แต่ก็มีบางร้านที่เปิดขายกาแฟสดมานานแต่กลับขายไม่ดี นั่นอาจเป็นเพราะคุณไม่มีที่ดักจับพลังงาน ซึ่งก็คือที่จอดรถนั่นเอง แถมยังเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเลือกทำเลดีๆ เพราะหากร้านดีแค่ไหน ไม่มีที่จอดสำหรับการซื้อกาแฟสดก็อาจจะทำให้พลาดลูกค้าได้ และนอกจากนี้ทำเลต้องห้ามของ ร้านกาแฟสด ตามหลักฮวงจุ้ยคือใต้สะพาน เหตุเพราะมองเห็นยาก ดูทึบหมองทำให้ไม่น่าเข้า วิธีแก้คือการออกแบบด้านหน้า โดยให้มีรูปทรงสามเหลี่ยมพุ่งเข้าใส่สะพาน แล้วควรดูแลเรื่องการจัดแสงให้ดี และเน้นเรื่องป้ายให้ลูกค้าเห็นชัดเจนขึ้น 2.หลักการวางเคาน์เตอร์คิดเงิน ตามหลักฮวงจุ้ยของร้านกาแฟสดจะยึดด้านขวาเป็นมังกร (หมายถึงการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา) ส่วนด้านซ้ายคือเสือขาว (การหยุดนิ่ง )ฉะนั้นจึงไม่ควรเอาเครื่องคิดเลขหรือกระเป๋าสตางค์ไว้ฝั่งขาว เพราะหมายถึงการมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้จนหมด หากต้องการเก็บเงินให้อยู่ควรตั้งไว้ด้านซ้ายแทน 3.การจัดร้านให้เป็นเลข 8 สำหรับการจัดวางสิ่งของภายในร้านกาแฟสด จะต้องอาศัยหลักของเลข 8 เข้ามาช่วยคือ การจัดวางที่ทำให้เกิดการเดินดูได้โดยรอบ แบบซ้ำไปซ้ำมา มันเหมือนกับการดักลูกค้าให้เข้ามาในอวยแล้วหาทางออกไม่เจอนั่นเอง 4.จำนวนประตูภายในร้าน หากพูดถึงประตูร้านตามหลักฮวงจุ้ย ทางที่ดีไม่ควรจะมีหลายบาน และประตูเข้าออกควรมีบานเดียว เพื่อง่ายในการดูแลร้านกาแฟสด และการมองเห็นคนเข้าออกได้ทุกคน ซึ่งประตูร้านที่ดีไม่ควรมีสิ่งกีดขวางด้านหน้า และควรเป็นมุมที่เปิดกว้างให้มากที่สุด เพื่อพร้อมที่จะรับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าในกรณีที่มีเสาอยู่ภายในร้านด้านหน้าประตูทางเข้า ทางแก้ง่ายๆ คือเอากระจกเงามาปิดทั้งเสา โดยกระจกจะช่วยในเรื่องของมุมมองลูกค้า ทำให้เกิดความรู้สึกกว้างขึ้น อีกทั้งยังทำให้สินค้าดูดีและน่าสนใจมากขึ้น 5.กระจกเงาช่วยได้ การจัดหน้าร้านกาแฟสด ควรเอากระจกมาวางหรือประดับร้าน เพราะจากการสังเกตพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ เวลาเดินผ่านกระจกเงามักชอบหันไปมอง ทำให้กลายเป็นส่วนที่ดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจร้านมากขึ้น 6.แสง สี เสียง และกลิ่นหอมของกาแฟสด ต้องพร้อม สำหรับร้านกาแฟสดต้องอย่าให้บกพร่องเรื่อง แสง สีและกลิ่น โดยการออกแบบร้านอาจใช้สีเอิร์ธโทนอย่าง สีน้ำตาล เขียว ขาว หรือสีที่ดูสบายตา และต้องสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับลูกค้ามากที่สุด ส่วนเรื่องการจัดแสงไม่ควรให้น้อยหรือมากจนเกินไป ลองจัดแสงทั่วไปเพื่อคุมโทน หรือจะทำไฟส่องตามกำแพงหรือตามหัวเสาต่างๆ เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าสนใจมากขึ้น ส่วนกลิ่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามและถือเป็นเสน่ห์ของร้านกาแฟสดเลยก็ว่าได้ ซึ่งกลิ่นจะช่วยทำให้ร้านกาแฟอร่อยร้านดังสามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะกลิ่นของกาแฟสดจะดึงดูดให้คนเข้าร้านมากขึ้น รวมไปถึงเพลงที่ใช้เปิดก็ควรเป็นเพลงสบายๆ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้เข้ามาที่ร้านกาแฟสดนี้ ดื่มกาแฟสดอย่างไรโดยไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ? สาวๆหนุ่มชาวออฟฟิศส่วนใหญ่มักจะดื่มกาแฟสดในช่วงเช้าแทนอาหารมื้อเช้าหนึ่งแก้ว ตกบ่ายมาอาจจะรู้สึกง่วงๆก็อาจจะมีเบิ้ลอีกแก้ว หรือหากคืนนั้นต้องอยู่ทำโอทีจนดึกดื่น อาจจะมีแก้วที่สามตามมา เรียกว่ากาแฟสดนี่แทบจะขาดไม่ได้เลยสักวัน หลายคนเองก็คงจะทราบดีว่าการดื่มกาแฟสดมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ไม่ว่าจะทำให้นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ บางคนเกิดอาการมือสั่น ใจสั่น อีกทั้งยังทำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงมีอาการมากขึ้นอีกด้วย หากคุณเป็นคอกาแฟตัวยงจริงๆ ไม่อาจหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟสดได้ ลองมาดูวิธีดื่มกาแฟไม่ให้เสียสุขภาพกันดีกว่า! เลือกกาแฟสดที่มีคุณภาพสูง บางคนอาจไม่ทราบว่าเมล็ดกาแฟถือเป็นหนึ่งในพืชที่มีการใช้ยาฆ่าแมลงในการเพาะปลูกเช่นกัน เพราะฉะนั้นควรหันมาเลือกกาแฟสดคุณภาพสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เป็นออแกนิก จะช่วยหลีกเลี่ยงสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงได้ดีกว่าแถมยังได้โบนัสคือกลิ่นและรสชาติที่ดีกว่าอีกด้วย เลือกเครื่องทำกาแฟสดคุณภาพสูง หากน้ำร้อนจากการชงกาแฟสดไหลผ่านเครื่องทำกาแฟที่ทำจากพลาสติก อาจส่งผลทำให้สารเคมีจากพลาสติกไหลลงไปผสมในกาแฟสดได้ และการรับสารเคมีประเภทนี้มากเกินไป จะทำให้ระบบฮอร์โมนของคุณผิดปกติ หากเลือกร้านที่ใช้เครื่องทำกาแฟแบบเอสเพรสโซ่ที่มีคุณภาพที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยเรียบร้อย คุณก็จะหมดกังวลเรื่องนี้ไปได้ เลือกดื่มกาแฟสดให้ถูกเวลา เวลาที่ดื่มกาแฟสดควรเลือกเป็นช่วงก่อน 14.00 น. หากดื่มหลัง 14.00 น. อาจทำให้ร่างกายมีปัญหานอนไม่หลับ ซึ่งพยายามเลือกกาแฟที่มีเบสเป็นเอสเพรสโซ่ อย่างอเมริกาโน่ คาปูชิโน่ หรือลาเต้ แทนกาแฟสดปกติ หรือแบบ 3-in-1 เพราะจะมีปริมาณคาเฟอีนและน้ำตาลน้อยกว่า เลือกดื่มกาแฟสดก่อนออกกำลังกาย หากต้องการออกกำลังกายเพื่อทะลายไขมัน ลองจิบกาแฟสดก่อนสักเล็กน้อยจะช่วยเผาผลาญไขมันได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้สูงขึ้นอีกด้วย เลือกดื่มกาแฟสดไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม อยากให้ลองดื่มกาแฟสดดำที่ไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม นม หรืออื่นๆ ดื่มในปริมาณน้อยๆ และจิบช้าๆให้พอรู้สึกตื่น เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ดื่มกาแฟแล้วจะง่วง หรือหาวบ่อยๆ หน้าตาไม่สดใส กระวนกระวาย หงุดหงิดได้ ลองดื่มวันละแก้ว และจิบช้าๆ ดูสิ แม้กาแฟสดจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่แนะนำให้ดื่มน้อยๆ หากง่วงก็เปลี่ยนมานอนให้เร็วขึ้น หรือหาผลไม้สดทานเพื่อเพิ่มความสดชื่นแจ่มใสในตอนเช้าสลับกับการดื่มกาแฟบ้างก็จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น ทายนิสัยจากดื่มกาแฟสด..กับรสชาติที่คุณชอบ !! คอกาแฟสดส่วนใหญ่มักจะหลลงใหลในรสชาติตามแต่สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟอาราบิก้า โรบัสต้า ฯลฯ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า รสชาติกาแฟสดสุดโปรดที่หลายคนชื่นชอบนั้น ยังสามารถนำมาทายถึงอุปนิสัยตัวเองหรือแม้แต่คนใกล้ตัวได้อีกด้วย แล้วคุณอยู่ในประเภทของคนชอบกาแฟสดแบบไหนนะ?? มาดูกันดีกว่า!! คนที่ชอบกาแฟสดรสชาติขม ๆ คนที่ชื่นชอบกาแฟสดรสชาติอร่อย ที่เป็นสไตล์ขมจัดนั้น เป็นคนที่เอาการเอางาน ช่างคิด ช่างวางแผน ชอบการทำงานที่ท้าทาย และมีหัวทางธุรกิจแต่ก็มักเป็นคนที่มีความเครียดเสมอๆ เพราะเฝ้าครุ่นคิดแต่หนทางที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองหวัง ชอบเมนูกาแฟสดรสชาติเข้มข้น สำหรับคนที่ชื่นชอบทั้งความหวานและความมันของกาแฟสดแบบถึงใจ แสดงว่าเป็นคนร่าเริง เป็นคนที่เปิดเผย ใจกว้าง ชอบความสนุกสนานในชีวิต และยังเป็นคนรักความยุติธรรมที่ไม่ชอบการเอารัดเอาเปรียบ แต่จะรักษาสิทธิของตัวเองเสมอ ชอบกาแฟสดที่มีกลิ่นหอมแรง ใครที่ชอบกาแฟสดแบบกลิ่นหอมแรงๆ เข้มข้น แสดงว่าเป็นคนที่ช่างเลือก และชอบแต่สิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งมักจะพิถีพิถันต่อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว กล้าคิด กล้าทำ เป็นคนรักเพื่อนและมีทัศนะที่ชัดเจนต่อสิ่งต่างๆ ชอบการอยู่ในสังคมที่มีแต่คนทัศนะตรงกัน ชอบกาแฟสดรสชาติอ่อนๆ คนที่ชอบกาแฟสดรสชาติอ่อนๆ ไม่เข้มมากแค่ขอให้มีกลิ่นหอมๆ ของกาแฟสดก็เป็นอันใช้ได้ เป็นคนที่ชอบความสงบ สนใจสุขภาพ ชอบความสะอาดและความสบายใจ เป็นคนไม่เรื่องมาก ไม่ชอบวุ่นวายกับใครเพราะมีโลกส่วนตัวสูง เป็นคนเคารพความเห็นของผู้อื่น ไม่ชอบโต้แย้งกับใครโดยไม่จำเป็น ชอบกาแฟสดหวานจัด คนที่ชอบกาแฟสดรสหวานมาก เรียกว่าจะเน้นหวานนำ เป็นคนที่มีอารมณ์เปราะบาง ปรวนแปรง่าย แต่มักจะมีความใฝ่ฝันเกี่ยวกับชีวิตตัวเองที่เป็นอยู่ และอยากมีชีวิตที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก เป็นคนชอบเพ้อฝันและอยากเป็นคนพิเศษของใครซักคน ชอบกาแฟสดรสชาติกลมกล่อม ส่วนคนที่ชอบกาแฟสดรสชาติกลมกล่อม ไม่เข้ม ไม่หวานและไม่มันจนเกินไป แสดงว่าเป็นคนที่ชอบชีวิตที่ลงตัว ซึ่งมีความพอดีในจิตใจและไม่ชอบการแก่งแย่งแข่งขัน ไม่ชอบการต่อสู้เพื่อให้รู้ผลแพ้-ชนะ มักเป็นคนดูแลสุขภาพและ ชอบการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ชอบกาแฟสดร้อนๆ คนที่ชอบกาแฟสดร้อนๆ มักเป็นคนที่หาความสุขได้อย่างง่าย และชอบความมีชีวิตชีวา กระฉับกระเฉง เป็นคนตื่นตัวเร็วปรับตัวเก่ง ชอบนำเอาประสบการณ์ต่างๆ ของตัวเองมาปรับใช้และให้ข้อคิดที่ดีกับคนอื่นๆ ชอบกาแฟสดแบบเย็น ส่วนคนที่ชอบกาแฟสดแบบเย็นๆ หรือกาแฟปั่น มักเป็นคนชอบการมีเพื่อนเยอะๆ ชอบการผ่อนคลาย เมื่อเวลาทำงานก็ทำงานก็ตั้งใจทุ่มเท แต่พอเวลาพักก็หาความสุขให้กับตัวเองอย่างเต็มที่ เป็นคนร่าเริงใครอยู่ใกล้ก็มักเบิกบานและมีความสุขไปด้วย ฟินกับรสชาติของกาแฟสดคั่วมือ...ความหอมกรุ่นกลิ่นอายของวิธีการคั่วแบบดั้งเดิม ประวัติศาสตร์การกินกาแฟสดมีมายาวนาน ซึ่งในอดีตนั้นการชงกาแฟสดในแบบต่างๆ ที่ยังไม่มีเครื่องมืออันไฮเทคที่ครบวงจรเหมือนสมัยนี้ ทำให้การดื่มกาแฟสดสมัยก่อนจึงต้องทำเองด้วยมือ แต่ไม่ว่าจะเป็นการชงกาแฟแบบไหนก็ไม่ได้มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนใดๆ แถมยังมีการเปิดเผยการชง ซึ่งใครๆ ก็สามารถทำกาแฟกินเองได้ ซึ่งเรื่องราวการกินกาแฟในอดีต ถูกนำมาย้อนเรื่องราว ส่งผลให้คนปัจจุบันสามารถสัมผัสกับสตอรี่ที่ผ่านมาแบบจับต้องได้ โดยผ่านกรรมวิธีการทำกาแฟสด ที่เรียกว่า “กาแฟคั่วมือ” นั่นเอง ขั้นตอนสำคัญหลักๆ ของกาแฟสดคั่วมือ หลักสำคัญของกาแฟสดคั่วมือประกอบไปด้วย การคั่ว การบด การชง และการดื่ม โดยการคั่วกาแฟนั้น เริ่มจากการนำเมล็ดกาแฟสดลงไปคั่วในกระทะร้อนๆ โดยมีหลักการคือจะต้องค่อยๆ คั่ว ให้ใช้ไฟปานกลางและจะต้องใช้ไม้พายคอยคนให้เมล็ดกาแฟร้อนทั่วเม็ดซึ่งจะต้องหมั่นคนไปเรื่อยๆ จนกว่าเมล็ดกาแฟจะเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลแก่ และมีกลิ่นหอมๆ ของกาแฟที่คั่วลอยออกมา หลังจากคั่วเมล็ดกาแฟสดจนได้ที่ ก็มาถึงกระบวนการร่อนเปลือกออก โดยจะต้องนำเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้วมาใส่กระด้ง จากนั้นนำไปร่อนให้เปลือกปลิวออกเหลือไว้แต่เมล็ดกาแฟล้วนๆ แล้วจึงนำเมล็ดกาแฟสดที่ได้ไปทำการบดด้วยเครื่องบด เสร็จจากขั้นตอนนี้ สิ่งที่ได้ตามมาก็คือ “ผงกาแฟ” กระบวนการสำคัญของการชงกาแฟสด การชงกาแฟให้ได้รสชาติที่ชื่นชอบนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ชงด้วยว่า..อยากดื่มกาแฟสดเมนูอะไร โดยเริ่มขั้นตอนจากการตักผงกาแฟไปลงเครื่องต้มแล้วนำไปต้มจนเดือด ซึ่งสิ่งที่ได้ก็คือ“น้ำกาแฟสด” จากนั้นก็นำกาแฟสดนี้ไปชงให้เข้ากับสูตรกาแฟที่ชื่นชอบว่าจะเป็นเมนูอะไรดีนะ เอสเพรสโซ่ ลาเต้ หรือว่าคาปูชิโน่ ซึ่งเมื่อได้รสชาติกาแฟสดที่ชื่นชอบแล้วก็ยกแก้วดื่มกันได้เลย ลองหลับตาพร้อมๆกับสูดกลิ่นอายหอมๆ ของกาแฟสดที่ลิ้นคุณค่อยๆ ละเลียดลงไป แหม! ลองคิดดูว่ามันจะมีความภาคภูมิใจแค่ไหนที่ได้แสดงฝีมือปรุงรสกาแฟตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดกาแฟสด จนมาถึงวิธีการปรุงที่ได้รสอร่อยในสไตล์การชงกาแฟของตัวเองจริงๆ กาแฟสดคั่วมือ ความอร่อยที่คุณก็ทำได้ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็ว ทันใจ แม้แต่การดื่มกาแฟสดที่มีขั้นตอนที่อาจยุ่งยากจนส่งผลทำให้ใครต้องถอดใจ ซึ่งการจะทำเมนูเครื่องดื่มอย่างกาแฟสดให้อร่อย แม้จะไม่ได้มานั่งคั่วกาแฟเองกับมือทุกวันเพราะต้องใช้เวลามาก ต้องอาศัยความอดทนและอาศัยความชำนาญ กว่าจะได้รสชาติกาแฟให้คงที่และชงออกมาให้เหมือนกันกับรสชาติกาแฟที่คุ้นชิน แต่ก็ยังมีคนบอกว่าการปรุงแต่งกาแฟให้เป็นรสชาติต่างๆ ด้วยตัวเอง แม้จะเป็นอะไรที่ยุ่งยากมากขั้นตอนซึ่งแม้คุณจะไม่ได้เก่งหรือชงกาแฟอร่อยอย่างบาริสต้า แต่อย่าลืมว่าการดีไซน์รสชาติของกาแฟสดจะให้อะไรมากกว่าการได้ดื่มกาแฟธรรมดาทั่วไปแน่นอน การดื่มกาแฟสดบ่อยๆ ถือว่าเป็นการติดสารเสพติดจริงหรือไม่? เพราะเมล็ดกาแฟสด ถือเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายชั้นดี ที่ให้ความแตกต่างจากชนิดที่มีการป่นมาเป็นผง โดยแบบที่เป็นผงนั้นได้มีการเติมสีและกลิ่นลงไปทำให้ไม่ใช่เมล็ดกาแฟสดหรือเป็นแบบกาแฟแท้นั่นเอง ซึ่งหากต้องการให้ช่วยเรื่องการเร่งการเผาผลาญ ไขมัน จึงไม่อยากให้ไปเลือกทานกาแฟสดปรุงรสสำเร็จ แต่ให้เลือกพวกเมล็ดกาแฟสดบดแบบที่เค้าทำมาเป็นสำเร็จรูปจะดีกว่า หรือจะดีกว่านี้หากเลือกกาแฟสดแบบที่ยังไม่ได้ผ่านการสกัดใดๆทั้งสิ้น กาแฟสดเป็นเครื่องดื่มเสพติดหรือไม่? หากถามว่ากาแฟสดคือเครื่องดื่มที่เป็นสิ่งเสพติดหรือไม่? ซึ่งความจริงแล้วการดื่มกาแฟสดเป็นความเคยชินมากกว่า เคยชินจนเป็นนิสัยส่วนตัว แต่สิ่งที่จะเรียกว่าเป็นการเสพติดได้ก็คือ จะต้องรับเป็นประจำและรับในปริมาณที่เพิ่มขึ้น แต่กาแฟไม่ได้ทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้น อีกเหตุผลหนึ่งคือ การดื่มกาแฟสดบ่อยๆ เป็นอาการทางสรีรวิทยา เพราะกรณีของสารเสพติดคือ..หากไม่ได้รับจะมีอาการลงแดงและทนไม่ไหว แต่หากใครที่ไม่ได้ดื่มเมนูกาแฟสดก็จะไม่มีผลอย่างนั้น ฉะนั้นเห็นแล้วว่าคนที่ต้องดื่มกาแฟสดอร่อยเป็นประจำ ไม่ใช่การติด แต่เป็นการดื่มที่เป็นนิสัย ส่วนสารเสพติดจำพวก นิโคติน แอมเฟตามีน (ยาบ้า) มอร์ฟีน มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหลั่งของโดพามีน (dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอาการเสพติด แต่สำหรับคาเฟอีนในกาแฟสดไม่มีคุณสมบัติเช่นนั้น ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟสดเท่าไหร่ดี? จึงจะปลอดภัย สภาพร่างกายของแต่ละบุคคลต่างก็มีความไว (sensitivity) ต่อปริมาณคาเฟอีนแตกต่างกัน ซึ่งการดื่มกาแฟสด 1 ถ้วยเท่ากัน อาจทำให้คนที่ไวต่อคาเฟอีนเกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ แต่กลับไม่มีผลกับอีกคนหนึ่งที่มีความทนทานมากกว่าโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) หรือ (อย.)ได้กำหนดปริมาณคาเฟอีนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือ ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเทียบได้กับการดื่มกาแฟไม่เกิน 3 ถ้วยต่อวัน ดื่มกาแฟสดอย่างไรให้เกิดประโยชน์หรือเกิดผลเสียน้อยที่สุด ควรสังเกตว่าตัวคุณเอง มีความไวของการตอบสนองต่อปริมาณกาแฟสดกี่ถ้วย มีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตนเอง หากมีอาการนอนหลับยาก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟสดโดยเฉพาะกาแฟดำในช่วงบ่ายหรือช่วงหัวค่ำ ไม่ควรดื่มกาแฟสดในขณะท้องว่าง เนื่องจากคาเฟอีนจะไปเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ไม่ควรดื่มกาแฟสดเพื่อหักโหมทำงาน สำหรับการอดนอนติดต่อกันหลายๆ คืน แม้ว่าคาเฟอีนช่วยให้ร่างกายตื่นตัวก็จริง แต่สมองต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ หากชอบดื่มกาแฟสดเป็นประจำ ควรกินอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมเพิ่มเติมอย่าง นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย คะน้า บรอกโคลีฯลฯ เพื่อทดแทน แคลเซียมที่สูญเสียไปกับปัสสาวะ และช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน เพราะกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟจะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น หมั่นกินผักผลไม้อย่างเพียงพอทุกวัน จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซี อี และบีตาแคโรทีนในผักผลไม้อย่าง มะเขือเทศ แครอท ผักใบเขียว ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน ซึ่งจะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายได้ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของคาเฟอีน เหตุผลที่คนไทยติดรสชาติกาแฟสดสไตล์เข้มข้น-หวานมัน ร้านกาแฟสดส่วนใหญ่นิยมใช้เมล็ดกาแฟระดับคั่วเข้ม เนื่องจากคนไทยส่วนมากคุ้นชินรสชาติของกาแฟสไตล์นั้นและดื่มกันอย่างนี้มานาน ซึ่งลูกค้าเองส่วนมากก็จะหาแต่กาแฟสดรสเข้มๆ กันซะมากกว่า ทำให้ร้านกาแฟและโรงคั่วกาแฟได้ผลิตเมล็ดกาแฟสไตล์นี้ออกมาตอบสนองความต้องการของตลาดโดยรสนิยมความชอบไม่มีผิดถูก แต่ผู้ที่ชอบดื่มกาแฟสดจะทราบไหมว่า? ระดับการคั่วของกาแฟสดนั้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรสและกลิ่นของกาแฟเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการคั่วเมล็ดกาแฟจนถึงระดับเข้ม จะมีผลจะเป็นอย่างไร? มาดูกัน รสชาติ กลิ่น และสัมผัสของกาแฟ ว่ากันว่านักชิมกาแฟสดมักจะมีการสังเกตเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่นอยู่ 4 ลักษณะคือ Acidity : ความเป็นกรด ความเปรี้ยว Aromas – Origin Flavors : กลิ่นและรสชาติเฉพาะของพันธุ์กาแฟนั้นๆ Body : ความเข้มหนักของกาแฟ Dark Roast Flavor : ความเข้มจากการคั่วกาแฟ ซึ่งเอกลักษณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีผลมาจากแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟสด และกระบวนการเก็บเกี่ยวหรือกระบวนผลิตทั้งหมด ไปจนถึงขั้นตอนการคั่วเมล็ดกาแฟสดซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด โดยจะส่งผลต่อเอกลักษณ์ทั้ง 4 ข้อของกาแฟนี้ กาแฟสดรสชาติเข้มข้น กาแฟสดที่พบเห็นได้ส่วนมากในประเทศไทย เป็นระดับคั่วเข้มและมีกลิ่นควันจากการคั่วที่มีกลิ่นฉุน แต่คนไทยกลับเรียกกลิ่นฉุนขึ้นจมูกแบบว่ามีกลิ่นหอมซึ่งเป็นรสนิยมที่ปลูกฝังกันมานาน ซึ่งส่วนมากคนไทยไม่ชอบกาแฟที่มีรสเปรี้ยว ส่วนสาเหตุอาจเกิดจากผลผลิตกาแฟในประเทศไทยยังมีคุณภาพที่ไม่สูงพอ ด้วยพื้นที่เพาะปลูก สภาพดินและอากาศ รวมทั้งสิ่งแวดล้อม ทำให้กาแฟไทยมีความเป็นกรดที่ค่อนข้างสูงและคม ความเข้มข้นน้อย มีความเค็มและขม รวมถึงความรู้ความเข้าใจในการปลูก การเก็บเกี่ยวและรักษาคุณภาพยังน้อย ส่งผลให้เมล็ดกาแฟสดอาจมีรสฝาด หรือหืน ทำให้การคั่วจึงเป็นขั้นตอนที่จะช่วยลดข้อบกพร่องต่างๆ เหล่านั้นลงไปได้ แต่แลกมากับรสชาติที่เข้ม& ขม นั่นเอง ที่มาของกาแฟสดรสชาติเข้มข้น-หวานมัน สมัยก่อนเมล็ดกาแฟสดถูกนำมาคั่วผสมรวมกับอย่างอื่น เช่น ข้าว ถั่วและธัญพืชต่างๆ ทำให้กาแฟมีรสชาติของการผสมและมีการคั่วจนเข้ม-ขม ทำให้ต้องเติมความหวานผสมลงไปให้มากหน่อย ซึ่งจะทำให้ได้กาแฟสดที่มีรสชาติอร่อยและกลมกล่อมคล้ายขนมหวานมากขึ้น แต่หากย้อนไปในสมัยแรกเริ่มนั้นการดื่มกาแฟสดของไทย เป็นแบบชงใส่ถุงกาแฟ โดยการเทน้ำร้อนให้ไหลผ่านกาแฟคั่วบด เมื่อจะชงแก้วต่อไปก็ใส่กาแฟลงไปเพิ่มจากนั้นก็เทน้ำร้อนลงไปอีก ผงกาแฟเก่าๆ (กากกาแฟ) ไม่ได้ถูกเอาออกทิ้งไป ทำให้รสชาติกาแฟในถ้วยหลังๆ ของวันจะไม่ค่อยมีความอร่อยเท่ากับแก้วแรก แถมยังมีรสออกเปรี้ยว ฝาด ทำให้ผู้ขายมักจะเติมนมข้นหวานหรือนมข้นจืดเพิ่มลงไป เพื่อแก้ไขรสชาตินั้น ต่อมาเมื่อคนไทยได้รู้ว่าชนชาติอื่นๆ ที่นิยมดื่มกาแฟสดเขาไม่นิยมดื่มกาแฟที่คั่วจนถึงระดับเข้ม และไม่ค่อยเติมหวานมากเกินไปจนทำให้เสียรสชาติและกลิ่นของกาแฟสดแบบดั้งเดิม แต่ถึงกระนั้นการที่คนไทยส่วนมากชอบกาแฟรสสดรสชาติเข้ม-หวานมัน ก็ยังเป็นค่านิยมที่แทบจะกลายเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จนมาถึงทุกวันนี้ เพราะกาแฟสดคืออีกหนึ่งอารมณ์แห่งศิลป์ การดื่มกาแฟสดอาจทำให้หลายๆ คนเกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ขณะดื่มอาจจะทำให้นึกถึงบรรยากาศฟินๆ สบายๆ ชิลๆ แต่บางคนก็อาจจะคิดถึงบรรยากาศแห่งการได้พูดคุยกับกลุ่มเดอะแก๊งค์ที่มักมารวมตัวกันตามร้านกาแฟสดในช่วงวันหยุด ซึ่งเป็นการเพิ่มสีสันให้กับชีวิตที่ได้ลิ้มรสกาแฟแก้วโปรดและการได้พบมิตรภาพดีๆ ที่ไม่เสื่อมคลาย แต่กับบางคนกาแฟสดมันอาจเป็นมากกว่านั้น ถ้วยกาแฟให้ความรู้สึก เพราะกาแฟสดคืออีกหนึ่งงานแห่งศาสตร์และศิลป์ เคยสงสัยไหมว่าเหตุใด? บางคนจึงชอบที่จะนั่งดื่มกาแฟสดทั้งๆ ที่ร้านนั้นเป็นแค่ร้านกาแฟเล็กๆ แถมราคาก็ไม่ได้ถูกไปกว่าร้านอื่น ซึ่งมันอาจจะต้องมีอะไรที่เขารู้สึกได้มากกว่านั้นหรือเปล่า?ส่วนหนึ่งอาจมาจากถ้วยกาแฟสดที่ให้ความรู้สึกถึงการอยากจะนั่งในร้านนั้นนานๆ ซึ่งแต่ละร้านจะมีการใช้แก้วกาแฟที่แตกต่างเพื่อสร้างความโดดเด่นของร้าน โดยการที่คุณนั่งจิกาแฟสดรสชาติสุดโปรดในแก้วหลากดีไซน์ในร้านกาแฟจะให้อารมณ์ต่างจากการที่คุณถือแก้วใบอื่นมาซื้อกาแฟเพื่อกลับไปดื่มต่อที่ออฟฟิศแน่นอน แม้บาริสต้าจะส่งเมนูโปรดของคุณ แต่เชื่อเหอะว่าอารมณ์ที่จะดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟสดนั้นแตกต่างแน่นอน อารมณ์ของการเลือกกาแฟสด ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสด เอสเพรสโซ่ คาปูชิโน ลาเต้ มอคค่า ซึ่งในการเลือกเมนูกาแฟสดที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน จะให้อารมณ์ของการดื่มด่ำกับกาแฟที่หอมกรุ่นๆ แต่ละรสชาติแตกต่างกันออกไป วันไหนมาแบบสบายๆ อาจจะอยากสั่งลาเต้ฟองนุ่มๆ แต่งหน้าสวยๆ หรือหากวันไหนเครียดมากจากการทำงาน ก็ลองเอสเพรสโซ่เข้มๆสักแก้ว หรือแม้จะเลือกกาแฟสดที่เป็นเมนูเดียวในทุกๆ วัน แต่เชื่อว่าหากคุณมีอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป การจิบกาแฟก็อาจทำให้รสชาติที่ต่างกันไป ตามอารมณ์ของคนกินกาแฟในวันนั้นๆ ความรู้สึกเปลี่ยนเมื่อนั่งจิบกาแฟสดคู่กับใคร? การดื่มหรือจิบกาแฟสดไม่ว่าจะนั่งกับใคร การได้พูดคุย สัมผัส ต่างก็ให้อารมณ์ของการดื่มกาแฟที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละครั้งที่คุณมานั่งดื่มกาแฟสดคนเดียว ดื่มกับแฟน หรือดื่มกับเพื่อนร่วมงาน หรือกับเจ้านาย ที่อาจจะทำให้การสั่งกาแฟในแต่ละครั้งเปลี่ยนไป หรือแม้แต่เป็นเมนูเดิมๆ แต่การให้อารมณ์และความรู้สึกก็ย่อมจะเปลี่ยนไปแน่นอน บางทีคุณอาจจะต้องเปลี่ยนเมนูกาแฟสดเพราะอยากแสดงตัวตนผ่านกาแฟให้คนรอบข้างได้รับรู้ อยากให้คนอื่นเห็นว่าคุณเป็นแบบไหนอย่าง เอสเพรสโซ่ จริงใจ , คาปูชิโน ละเอียดอ่อน และอเมริกาโน่ เคร่งขรึม บรรยากาศดีอารมณ์เปลี่ยน การนั่งจิบกาแฟสด พร้อมของว่างแบบชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง บรรยากาศสบายๆ หรืออยู่ท่ามกลางธรรมชาติ รวมทั้งบางร้านอาจมีมุมเก๋ๆ แม้แต่วันที่คุณอยู่คนเดียวแต่การที่ได้นั่งในร้านกาแฟสดที่ให้ความอบอุ่น มีมุมส่วนตัวหน่อย ก็จะทำให้คุณสามารถดื่มด่ำกับกาแฟและบรรยากาศในร้านได้ด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลาย หรืออาจจะมาทาน เครื่องดื่มอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกาแฟพร้อมกับเบเกอร์รี่สไตล์โฮมเมดกับคนรู้ใจในร้านทันสมัย ที่นั่งสบาย ก็จะทำให้เกิดอารมณ์แห่งความหอมหวานที่เต็มไปด้วยความสุขนั่นเอง เหตุผลดีๆ ที่ทำให้รู้ว่า!! ทำไมนั่งทำงานในร้านกาแฟสดถึงดีกว่าทำที่บ้าน ตามร้านกาแฟสด เรามักจะพบเห็นคนหิ้วแล็ปท็อปไปนั่งทำงาน เปรียบเสมือนไลฟ์สไตล์ของคนทำงานปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่หลายครั้งที่การทำงานในบ้านอาจไม่มีสมาธิมากพอ หากจะไปห้องสมุดก็ช่วยไม่ได้เข้าไปใหญ่ แต่พอได้ไปนั่งปล่อยตัวปล่อยใจในร้านกาแฟสดไม่กี่นาที กลับได้รับพลังงานที่พวยพุ่งเหมือนได้ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกินวันละ 2 ขวดเข้าไปทันที ซึ่งจะต่างจากการทำงานที่บ้านมากมาย ซึ่งสาวๆ หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าสาเหตุของการนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือชิลๆ ในร้านกาแฟสด ทำไมถึงดีกว่าที่บ้าน? เหตุผลโดนๆ ของคนชอบนั่งทำงานที่ร้านกาแฟสด 1.ไม่รู้สึกเหมือนนั่งทำงาน การได้ดื่มกาแฟสดแก้วโปรด พร้อมกับนั่งทำงานในบรรยากาศร้านกาแฟชิลๆ จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากกว่านั่งทำงานจากที่บ้าน 2.ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การเปลี่ยนสถานที่ทำงานอย่างร้านกาแฟสด จะช่วยให้คุณพบเห็นอะไรใหม่ๆและเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ เพราะการนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ หรือที่บ้านอาจทำให้คุณเจอแต่สิ่งเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ ซึ่งอาจทำลายความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้ 3.จดจ่อกับงานของตัวเองมากขึ้น การได้นั่งทำงานคนเดียวในร้านกาแฟสดแบบผ่อนคลายจะทำให้คุณจดจ่อกับงานของตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะต่างจากการทำงานแบบต้องเร่งพื่อให้เสร็จตามเวลา ด้วยแรงกดดันจากคนรอบข้าง แถมเจอเพื่อนชอบเมาท์มอย ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เสร็จทันและไม่สามารถจดจ่อกับงานของคุณได้เต็มที่ 4.ไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิศของตัวเอง คนที่เป็นฟรีแลนซ์ หรือเหล่าสตาร์ตอัพมักจะออกมาทำงานนอกสถานที่อย่างร้านกาแฟสด เพราะการที่ทำงานที่บ้านหรือในห้องของตัวเอง จะมีสิ่งรบกวนอื่นทำให้ไม่อยากทำงาน ส่วนการที่จะมีออฟฟิศเป็นของตัวเอง ก็ดูจะเกิดความจำเป็นเกินไป 5.แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ใหม่ๆ โอกาสที่จะได้ถาม แลกเปลี่ยนความคิดหรือประสบการณ์ใหม่ๆ ในร้านกาแฟสด อาจจะมีมากกว่า หากคุณต้องการไอเดียหรือความคิดเห็นใหม่ๆ เกี่ยวกับงานของคุณ ซึ่งการถามความเห็นจากคนแปลกหน้ารอบข้างคุณ อาจจะช่วยต่อยอดงานของคุณได้ 6.บรรยากาศใหม่ ๆ ช่วยได้ การที่มนุษย์อย่างเราทนทำอะไรจำเจนานๆ ก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป แต่การได้ลองเจออะไรใหม่ๆ จะช่วยกระตุ้นการคิดอะไรไปในทิศทางที่ไม่เคยคิดมาก่อนได้ดีกว่าเดิม การได้ออกมานั่งร้านกาแฟสดที่จะได้บรรยากาศและผู้คนใหม่ ๆ เสียงใหม่ ๆ กลิ่นหอมๆ ของกาแฟสด จึงเป็นการกระตุ้นการรับรู้ของสมองที่ดีอีกทางหนึ่งเช่นกัน การทำงานหรือการอ่านหนังสือ ไม่ว่าที่ไหนก็ดีทั้งนั้น เพียงแค่แต่ละคนอาจจะชอบสภาพแวดล้อมที่ตัวเองทำได้ดีแตกต่างกันออกไป ซึ่งการนั่งชิลๆ ทำงานในร้านกาแฟสดจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในอันดับต้นๆ ใครชอบดื่มกาแฟสดบ้าง? ยกมือขึ้น การดื่มกาแฟสด ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ที่คอกาแฟจากทั่วโลกนิยมดื่มกันมาก แม้แต่ การดื่มกาแฟสดของคนไทยเองยังมีอัตราการบริโภคต่ำกว่าร้อยละ 0.5 กิโลกรัม/คน/ปี หรือประมาณคนละ 130-150 ถ้วย/ปีและมีแนวโน้มที่จะมากขึ้น ซึ่งการบริโภคกาแฟสดเป็นประจำจะมีประมาณ 30% ของประชากรทั้งประเทศยังเป็นส่วนน้อยหากเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่มีปริมาณการดื่มกาแฟเฉลี่ยถึงคนละ 500 แก้ว/ปี หรือสหรัฐที่ประชากรดื่มกาแฟสดมากถึงคนละ 700 แก้ว/ปี เหตุผลที่คนชอบดื่มกาแฟสด ส่วนมากนิยมดื่มกาแฟสดเพื่อ”ชาร์จพลัง” ให้ความสดชื่น และสร้างความตื่นตัวในเวลาที่ง่วงๆ บางคนก็ดื่มเพราะนิยมในรสและกลิ่นหอมอวลของกาแฟ ซึ่งการที่กาแฟสดมีรสชาติอร่อยจะช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า เนื่องจากมันอุดมไปด้วยคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง แถมคายังช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญของร่างกายอีกด้วย เมื่อได้รับคาเฟอีนจากกาแฟสดเข้าไป ก็เหมือนร่างกายได้เพิ่มพลังและความสดชื่นไปในตัว แต่มีบางคนที่เมื่อดื่มกาแฟแล้วง่วงนอน ซึ่งอธิบายได้ว่า คาเฟอีนมีฤทธิ์เร่งอัตราการเผาผลาญได้เข้าไปเร่งการใช้พลังงานในร่างกายอย่างน้ำตาลในเลือดจนหมดไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งคาเฟอีนจะทำให้หลอดเลือดต่างๆ หดตัวลง ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ส่งผลทำให้เกิดอาการเหนื่อยจนเกิดความรู้สึกง่วง ซึมนั่นเอง ทำไมคอกาแฟสด..ต้องดื่มประจำ ในรายที่ดื่มกาแฟสดจัดจนติดงอมแงม จะทำให้ความต้องการกาแฟเพิ่มมากกว่าคนทั่วๆไป จากหนึ่งแก้วเพิ่มไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ก็เกิดจากมาตรการตอบโต้ของร่างกาย ซึ่งคาเฟอีนนั้นจะไปกระตุ้นประสาทโดยการไปขัดขวางอะดีโนไซน์ที่มีหน้าที่คอยควบคุมไม่ให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าไวเกินเหตุ หรือไม่ให้คึกจัดเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้ที่ดื่มกาแฟสดกระวนกระวาย ฟุ้งซ่านได้ แต่เมื่อมีการอัดคาเฟอีนจากกาแฟเข้าไปในร่างกายมากๆ ร่างกายก็ชดเชยสมดุลโดยทำการเร่งผลิตอะดีโนไซน์เพิ่ม ซึ่งกลายเป็นที่มาว่า คนที่ติดกาแฟหากวันไหนไม่ได้ดื่มจะซึม ไม่สดชื่น เพราะร่างกายมีอะดีโนไซน์ออกมาเหลือเฟือนั่นเอง ทริคในการดื่มกาแฟสด คาเฟอีนในกาแฟสดจะใช้เวลาออกฤทธิ์ประมาณ 20-30 นาที เวลาที่คุณรู้สึกง่วงมากๆ และพอมีเวลา ให้ลองดื่มกาแฟอาราบิก้าหนึ่งแก้ว แล้วไปงีบซักครึ่งชั่วโมง ซึ่งหากได้นอนพักบวกกับตื่นมาพบกับเวลาที่คาเฟอีนออกฤทธิ์ก็จะช่วยให้สดชื่นได้ดี สำหรับเวลาที่ดีในการดื่มกาแฟสดเพื่อความสดชื่นของวัน คือในช่วง 11โมง และ บ่ายสองโมง เพราะเป็นช่วง”ขาลง”ของนาฬิการ่างกาย ซึ่งการดื่มกาแฟในช่วงเวลาอื่นจะไม่ค่อยให้ผลเรื่องความตื่นตัว เพราะเป็นช่วงพีคของร่างกายอยู่แล้ว ความแตกต่างระหว่างชากับกาแฟสด เลือกเครื่องดื่มชนิดไหนดีนะ ? การดื่มกาแฟสดและชา ถือเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กันมาช้านานในหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งบางคนนั้นหลังจากที่ดื่มกาแฟสดแล้ว ก็ตบท้ายด้วยน้ำชาร้อนๆ แต่หากจะพูดถึงความแตกต่างระหว่างเครื่องดื่มทั้งสองชนิด บอกได้เลยว่ารสชาติและสีสันก็แตกต่างกันอยู่แล้ว แต่ในเรื่องความซับซ้อนที่เจาะลึกลงไปมากกว่านั้นคือ ปริมาณสารที่มีในเครื่องดื่มกาแฟสดและชาว่าแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงปริมาณคาเฟอีนที่พบ ส่วนใครที่อยากรู้ว่าดื่มชาหรือกาแฟสดจะดีกว่ากัน ต้องมาดูความเหมือนและแตกต่างกันตามนี้ได้เลย ความเหมือนในความแตกต่างระหว่างชาและกาแฟสด ความแตกต่างระหว่างชาและกาแฟสด ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนรู้จักกันทั่วโลก และมีคนเป็นจำนวนมากที่หลงใหลไปกับการดื่มด่ำเครื่องดื่มเหล่านี้ หากมองหาความเหมือนของชาหรือกาแฟสด ก็คงหนีไม่พ้นสาร “คาเฟอีน” ที่แม้จะไม่ใช่สารที่พบได้ในเครื่องดื่มทั้งสองเพียงอย่างเดียว แต่ก็เป็นสารที่ทำให้ทั้งชาและกาแฟสดช่วยกระตุ้นร่างกายให้รู้สึกตื่นตัวได้ ส่วนจะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิด สายพันธุ์ และอีกหลากหลายปัจจัย นอกจากประโยชน์ของชาและกาแฟยังมีความแตกต่างกันอีกด้วย ทำแต่ควรดื่มชาหรือกาแฟสดให้เป็นเครื่องดื่มหลักระหว่างวันจะดีกว่านั้น ในอดีตมีคนให้ความสนใจในเครื่องดื่มกาแฟสดจากทั่วโลกตกเฉลี่ยวันละ 1,600 ล้านแก้วต่อวัน แต่เมื่อเทียบกับการดื่มชากลับมีปริมาณคนดื่มต่อวันมากกว่าเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว เหตุผลที่คนหันมาดื่มชามากกว่ากาแฟสด เป็นเพราะความเชื่อที่ว่าชามีประโยชน์มากกว่ากาแฟสดที่น้ำชามีปริมาณคาเฟอีนต่ำกว่า เพราะเชื่อกันว่าเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูงอาจทำให้รู้สึกกระหายน้ำบ่อย เนื่องจากร่างกายพยายามกำจัดเอาคาเฟอีนออกจากร่างกาย ทำให้มีการดึงน้ำออกด้วย แม้จะเป็นความเชื่อที่ไม่ตายตัวและหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งหากเปรียบเทียบปริมาณคาเฟอีนระหว่างใน 1 แก้ว ระหว่างชากับกาแฟสด ในกาแฟจะมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 90-170 มิลลิกรัม ส่วนน้ำชาจะมีคาเฟอีนอยู่ที่ 25-70 มิลลิกรัม จะเห็นได้ว่าปริมาณในน้ำชาพบได้น้อยกว่า ทำให้คนที่กำลังมองหาตัวเลือกเพื่อสุขภาพ ก็อาจจะเลือกดื่มน้ำชามากกว่า กาแฟสดก็มีประโยชน์นะ กาแฟสดอาราบิก้าก็มีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านอื่นๆ ไม่น้อย แม้จะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าแต่หากดื่มในสัดส่วนที่ไม่ทำให้คาเฟอีนสูงจนเกินไป จึงไม่ต้องกลัวว่ากาแฟจะให้โทษ อาจดื่มอย่างมากสุดวันละ 1-2 แก้วก็เพียงพอที่จะช่วยให้ร่างกายเกิดความตื่นตัวและพร้อมสำหรับการทำงานได้แล้ว ซึ่งแม้จะพบปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มทั้งสองชนิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากาแฟสดที่รสชาติอร่อยจะมีคาเฟอีนมากกว่าชาเสมอไป เพราะยังมีชาบางประเภทที่มีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่ากาแฟสดอยู่ไม่น้อย อย่างชาดำ ชาเขียว และชาขาว ไม่ว่าจะเป็นการดื่มกาแฟสดหรือน้ำชา หากดื่มในสัดส่วนที่พอดีก็จะให้ประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากดื่มในปริมาณมากๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ อย่างมะเร็งหลอดอาหารที่มาจากการดื่มชา หรือโรคกระดูกพรุนจากการดื่มเมนูกาแฟสด ความสำคัญของเครื่องบดกาแฟสด กาแฟสดที่ดีจะต้องมีกลิ่นหอมๆ กรุ่นๆ และมีรสชาติที่ดี นอกจากเมล็ดกาแฟสดอาราบิก้าที่ดีและเครื่องชงได้มาตรฐานแล้ว ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเครื่องบดเมล็ดกาแฟสด ซึ่งหากเลือกเครื่องบดกาแฟที่ทำให้เมล็ดกาแฟสดถูกบดออกมาได้ไม่ละเอียดพอหรือขนาดไม่สม่ำเสมอ ต่อให้ได้เมล็ดกาแฟสดดีแค่ไหน หรือมีเครื่องชงมาตรฐาน และชงกาแฟออกมายังไงก็ไม่อร่อยแน่นอน หลักการพิจารณาเลือกเครื่องชงกาแฟสด 1.ขนาดและประเภทของฟันบด แบบ Flat Burr เป็นฟันบดที่ออกแบบมาให้มี 2 ชิ้นประกบกัน ทำงานโดยการเสียดสีของฟันบด ซึ่งเมล็ดกาแฟที่อยู่ระหว่างฟันบดจะถูกบดออกมา แต่เครื่องบดประเภทนี้จะมีความเร็วรอบที่ต่ำกว่าแบบใบมีด สามารถปรับตั้งความละเอียดในการบดได้ ผงกาแฟที่บดจะมีความสม่ำเสมอมากกว่าแบบใบมีด และสามารถสกัดเอากลิ่นรวมทั้งรสชาติของกาแฟออกมาได้ดีกว่า ซึ่งเครื่องบดแบบนี้เหมาะสำหรับร้านกาแฟสด เพราะฟันบดมีอายุการใช้งานได้นานกว่าทำให้เกิดความร้อนสะสมที่ฟันบดน้อยกว่าหากมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง แบบ Conical Burr เฟืองบดประเภทนี้จะมีความเร็วรอบต่ำโดยจะช่วยลดปัญหาความร้อนสะสมที่ฟันบดได้ดี เพราะเป็นฟันบดที่ออกแบบมาให้มี 2 ชิ้น สวมเข้าหากัน ซึ่งฟันบอดชนิดนี้สามารถบดผงกาแฟได้สม่ำเสมอโดยสามารถปรับความละเอียดของการบดได้ เครื่องบดที่นิยมใช้ในร้านกาแฟสดคือเครื่องบดที่มีฟันบดแบบ Flat Burr หรือ Conical Burr และควรเลือกฟันบดที่ไม่มีส่วนประกอบของพลาสติก เพราะจะมีความบอบบางและสึกหรอง่าย 2.ถังพักผงกาแฟ (DOSER) เครื่องบดเมล็ดกาแฟสด ควรเป็นแบบที่มีถังพักผงกาแฟ ซึ่งจะเหมาะสำหรับร้านกาแฟที่ใช้เมล็ดกาแฟชนิดเดียวชงขายในทุกเมนูกาแฟสด เพราะสามารถบดกาแฟทิ้งเอาไว้ในถังพักผงกาแฟได้ เผื่อเอาไว้ในชั่วโมงเร่งด่วนที่ลูกค้าเข้ามาในร้านพร้อมๆ กันหลายคน (ไม่แนะนำให้บดทิ้งไว้จนเต็มdoser เพราะกาแฟที่ชงออกมาจะไม่หอม) แต่หากร้านกาแฟของคุณใช้เมล็ดกาแฟสดหลายๆชนิด และต้องใช้เครื่องบดตัวเดียวกัน ขอแนะนำให้ใช้เครื่องบดแบบไม่มีถังพัก เพราะจะสะดวกกว่าในเวลาเอาผงกาแฟตัวเก่าที่ค้างในเครื่องบดออกมา 3.ช่องทางออกของผงกาแฟ หากช่องทางออกของผงกาแฟกว้างเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะกาแฟสดหลังจากบดแล้วจะไหลออกมาที่ช่องทางออกของผงกาแฟ ซึ่งเครื่องบดบางตัวมีช่องทางออกของผงกาแฟเล็ก จึงทำให้เกิดอาการอุดตันของผงกาแฟบ่อย 3 เหตุผลและแรงจูงใจของการไปร้านกาแฟสดบ่อยๆ ? ในยุคนี้คนส่วนใหญ่ชอบไปนั่งชิลๆร้านกาแฟสด เพราะนอกจากต้องการดื่มกาแฟสดแล้ว ยังมีอีกหลายๆปัจจัยที่ทำให้หลายๆ คนตัดสินใจจะไปนั่งตามร้านกาแฟสดอยู่เป็นประจำ จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่มาพร้อมกับแคปชั่นง่ายๆว่า “กาแฟสด รสชาติอร่อย บรรยากาศดี ไอทีพร้อม ห้อมล้อมหนุ่มสาว นั่งยาวฉันชอบ และขอบคุณปลั๊กไฟ ” ซึ่งนั่นไม่ได้แปลว่า กาแฟสดจะให้ความอร่อยอย่างเดียว และทำให้ตัดสินใจมานั่งได้เลยเพราะยังมีบรรยากาศหรือปัจจัยอื่นๆ ที่จะต้องดีด้วย 1.ชอบสไตล์ของร้านและบรรยากาศ นอกจากรสชาติเมนูกาแฟสดแล้ว บางทีการไปร้านกาแฟสดก็ไปด้วยเพราะบรรยากาศซะส่วนมาก ส่วนรสชาติกาแฟสดก็ค่อยว่ากัน เรียกง่ายๆ ว่า ดื่มด่ำบรรยากาศมากกว่ากาแฟ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยได้รู้ขั้นตอน วิธีการของการชงกาแฟสดมากเท่าไหร่ ไม่ว่าจะวิธีการคัดเมล็ด การสกัด การคั่ว การบด แต่กลับไปสนใจ บรรยากาศรอบข้างที่ทำให้การดื่มกาแฟสดรู้สึกมีความสุขสนุกสนานมากขึ้นนั่นเอง โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาดูที่ แนวการตกแต่งร้านอย่างการแต่แนวธรรมชาติ โมเดิร์น เก่าแก่โบราณ วิวทิวทัศน์สวยงามและยังดูขนาดพื้นที่ว่ากว้างขวาง โอ่โถง หรือมีหลายโซนอย่าง ในร่มหรือลานด้านนอก หรือไม่? ดูเรื่องแสงสว่าง หรือความมืด แสงสลัวๆ แค่ไหน ที่สำคัญคือ ความสะอาดของร้าน 2.มีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน แต่ละร้านของกาแฟสดจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่รอบด้าน แต่มากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายการบริการของทางร้านอีกที ไม่ว่าจะเป็น Internet ฟรี/ไม่ฟรี ,มีที่จอดรถ สะดวกสบาย ,มีปลั๊กไฟไว้บริการเผื่อเอาคอมไปเล่น Facebook หรือมีแอร์เย็นฉ่ำ เผื่อร้อนๆจะได้ไปนั่งชิล ข้างในได้ และมีกล้องวงจรปิด หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะได้มีหลักฐาน และการให้บริการจ่ายบัตรเครดิตได้ 3.ลักษณะสังคมภายในร้านกาแฟสด การจะเข้าไปนั่งร้านกาแฟสด บางครั้งอาจจะต้องดูกลุ่มบุคคลด้วยว่า ส่วนใหญ่ร้านนี้เป็นสไตล์ไหน อย่างมีผู้สูงอายุมากมายเพราะไปนั่งชิลๆ หรือคุยธุรกิจกัน หรือเป็นกลุ่มคนทำงานและคนทั่วไป ที่เข้าไปนั่งจิบกาแฟสดทานของว่างหรือเบเกอร์รี่อร่อยๆ เพื่อพูดคุย สวนเสเฮฮากันไป การเลือกร้านกาแฟที่ดูเป็นธรรมชาติบรรยากาศร่มรื่น น่ามานั่งพักผ่อนได้เพราะบางร้านเงียบและมีบรรยากาศความเป็นส่วนตัว ส่วนร้านกาแฟบางร้านจะมีกลุ่มนักศึกษาเยอะ เข้าไปอ่านหนังสือ เล่มเกนส์ พักผ่อน ไปเมาท์กัน แต่ก็มีร้านกาแฟที่ตกแต่งสไตล์น่ารักมีของกินน่ารัก ตกแต่งร้านน่าถ่ายรูปไปโชว์ รวมทั้งยั เป็นร้านกาแฟแบบครบวงจร คือ ร้านที่มีหลายโซนสามารถรับลูกค้าที่มีความต้องการที่ต่างกันได้ ใครชอบร้านกาแฟสดสไตล์ไหนก็เลือกกันได้ ศาสตร์และศิลป์ของการดื่มด่ำรสชาติกาแฟสด ศาสตร์และศิลป์ของการดื่มในรสชาติของกาแฟสดช่างละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน พิถีพิถันทุกขั้นตอน เพราะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกพันธุ์กาแฟและการคัดเลือกสถานที่ที่จะปักดำเมล็ดพันธุ์กาแฟลงดิน โดยเฉพาะกาแฟสดสายพันธุ์อราบิก้าที่มีความหอมเป็นเลิศ จำเป็นต้องวัดค่าความสูงของแปลงปลูกที่จะต้องอยู่สูงราวชาวสวรรค์ จึงจะทำให้ผลิช่อดอก งอกเงยเป็นผล ซึ่งแต่ละผลบรรจุโอสถสารที่อัดแน่น และมิใช่เพียงเพื่อรสชาติอันเลิศเลอ แต่หากยังบรรจุสารกระตุ้นพลังและป้องกันโรคต่างๆ อยู่เปี่ยมล้น ซึ่งยังรวมถึงการเก็บเกี่ยวผลกาแฟสดที่ต้องประณีตต้องแก่เสมอกัน เป็นการจัดการมีแบบแผนขั้นตอน และยังรวมไปถึงการตาก ลอกเปลือกและการคัดเมล็ดพันธ์กาแฟ ความพิถีพิถันก่อนจะมาเป็นเมล็ดกาแฟสดที่สมบูรณ์ ขั้นตอนการคั่วเมล็ดกาแฟสดที่ละเอียดอ่อนเพื่อชักนำโอสถสารที่อัดแน่นให้ปรากฏออกมา ทำให้มวลมนุษย์ผู้นิยมชมชอบกาแฟสด ได้เสพสมสัมผัสรสชาติที่แสนให้สัมผัสสุดหฤหรรษ์ ด้วยวิธีการคั่วที่อุณหภูมิคงที่ แต่จัดสรรเวลาคั่วออกมาเป็น 3 ระยะ สำหรับการทำให้ได้รสชาติและความหอมสามระดับคือ อ่อน ปานกลาง เข้ม หรือจะคั่วแบบระยะเวลาคงที่แต่จะมีอุณหภูมิแตกต่างกันไป เพื่อให้ได้รสชาติและความหอมของกาแฟสดในระดับอ่อน ปานกลาง เข้ม ขั้นตอนการชงกาแฟสด กาแฟสดที่นำมาชงนั้น เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์อย่างสูง อีกทั้งมีความซับซ้อนและมีการแตกแขนงการชงออกไปไม่มีที่สิ้นสุด เริ่มจากวิธีการบดเมล็ดกาแฟที่หลากหลายปะเภท ตั้งแต่ บดหยาบ บดปานกลาง หรือบดละเอียด ตามที่ต้องการ เพื่อป้อนเข้าเครื่องชงโดยมีอยู่หลายสิบแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงแบบโบราณที่ไม่ซับซ้อน จนถึงเครื่องชงสุดไฮเทค ที่ต้องมีแรงดันไอน้ำขนาดมหาศาล เพื่อเป็นการเค้นเอาโอสถสารที่อัดแน่นอยู่ภายในเมล็ดออกมาให้ได้มากที่สุดการชงกาแฟต้องพิถีพิถันกับอุณหภูมิของน้ำ โดยต้องให้อยู่ในระดับ 94-95 องศาเซลเซียส ซึ่งจะต้องไม่ต่ำเกินไป แก้วต้องได้รับการอุ่นในอุณหภูมิพอเหมาะจึงจะได้รสชาติที่เริด นอกจากนี้การชงกาแฟยังแตกแขนงการปรุงออกไปอีกมากมาย อย่างการผสมผงช็อกโกแลต ผสมเหล้า ผสมผงสตรอเบอร์รี่ ผงเชอรี่ ฯลฯ. เป็นสูตรเฉพาะตัวของแต่ละแหล่ง โดยกาแฟสดมีสารกระตุ้นพลังช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ยังมีโอสถสารที่ช่วยในการยับยั้งบรรเทาอาการ ของโรคร้ายต่างๆอีกด้วย หนึ่งในธรรมชาติที่บรรจงนำสิ่งประเสริฐเลิศล้ำทั้งมวลมาบรรจุไว้ในเมล็ดกาแฟ ความอร่อยจะลงตัวคือการดื่มหรือการจิบกาแฟสดนั้นจะต้องค่อยๆละเลียดจิบไป หลับตาพริ้มนึกถึงความทรงจำอันแสนหวาน หรืออยู่ท่ามกลางเสียงดนตรีเบาๆ สุดคลาสสิก คลุกเคล้ากับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น เป็นบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ซึ่งเป็นศิลปะการดื่มกาแฟของคอกาแฟสดพันธุ์แท้ ที่หลงใหลมนต์เสน่ห์เครื่องดื่มชนิดนี้อย่างงแท้จริง ตลาดธุรกิจของกาแฟสด...ทำอย่างไรให้กิจการประสบความสำเร็จ การเปิดธุรกิจร้านกาแฟสดเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนมากเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ใครๆ ต่างก็หันมาเปิดร้านขายกาแฟสดกันมากขึ้น ที่ผ่านมาตลาดเครื่องดื่มกาแฟสดเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำกลายเป็นธุรกิจที่น่าสนใจแถมคนไทยเองก็นิยมชมชอบในการดื่มกาแฟสด แม้ว่าเราจะเห็นร้านกาแฟมีอยู่มากมายแค่ไหน แต่ร้านกาแฟสดแต่ละร้านมักจะมีจุดขายหรือจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเมนูเครื่องดื่ม ขนม อาหารที่น่าสนใจที่มีให้บริการในแต่ละร้าน ลักษณะโดยทั่วไปของร้านกาแฟสด กาแฟสด คือการนำเมล็ดกาแฟคั่วบดสดๆ เพื่อนำมาชงให้ลูกค้าดื่ม เมนูกาแฟสดสายพันธุ์ที่นิยม คือสายพันธุ์อาราบิก้า ที่ทำให้กาแฟมีกลิ่นหอมน่าดื่มด่ำ ซึ่งกาแฟสายพันธุ์นี้ปลูกได้ในบ้านเราที่นิยมปลูกทางภาคเหนือของประเทศไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเปิดร้านกาแฟสดคือ การเลือกทำเลที่ตั้งของร้าน ที่จะต้องมีคนผ่านไปผ่านมาพลุกพล่าน ก่อนเปิดร้านกาแฟต้องศึกษาว่าสถานที่ที่คุณจะเปิดเป็นร้านกาแฟสดนั้นมีกลุ่มลูกค้าหรือเป้าหมายในการขายมากน้อยแค่ไหน ในละแวกนั้นมีร้านกาแฟสดที่เปิดอยู่แล้วกี่ร้าน และหากมีร้านกาแฟสดเปิดอยู่ก่อนแล้ว ร้านของคุณจะต้องพยายามสร้างจุดเด่นให้แตกต่างและไม่เหมือนใคร เพื่อเป็นการดึงส่วนแบ่งทางการตลาด รวมทั้งการออกแบบตกแต่งร้านกาแฟก็เป็นเรื่องที่สำคัญ และควรทำให้ร้านดูดีน่าเชื่อถือ จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดี ประทับใจและอยากที่จะเข้ามารับบริการจากร้านกาแฟของคุณอย่างไม่ต้องลังเล ปัจจัยในการออกแบบตกแต่งร้าน นอกจากการทำเล และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแล้ว ควรออกแบบตกแต่งร้านกาแฟสดให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายรวมทั้งการออกแบบตกแต่งร้านให้เข้ากับบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมในแหล่งทำเลที่ตั้ง และดูด้วยว่า สินค้าในร้านของคุณมีอะไรบ้าง อย่าวางแผนที่จะให้บริการเฉพาะกาแฟสดเท่านั้น ลองคิดเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ หรือมีเบเกอร์รี่และอาหารอื่น ๆ ไว้บริการด้วย นอกจากนี้ขนาดของร้านและงบประมาณในการออกแบบตกแต่งก็สำคัญไม่น้อย อีกทั้งภาพลักษณ์ของร้าน อย่าลืมดูว่าต้องการให้ร้านของคุณสวย ดูดี เริดหรูมีสไตล์เป็นแบบไหน อย่างสไตล์โมเดิร์นทันสมัย หรือสไตล์คันทรี รักธรรมชาตินั่งสบาย ๆ สิ่งที่ทำให้ธุรกิจร้านกาแฟสดประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าคือการหาทำเลที่ตั้ง ที่มีคนพลุกพล่านคนผ่านไปผ่านมาเป็นจำนวนมากและมีการเดินทางสะดวก ซึ่งจะประสบความสำเร็จมาก เรามักจะเห็นร้านกาแฟสดเปิดในห้างสรรพสินค้า สถาบันการศึกษา โรงภาพยนตร์ ปั๊มน้ำมันต่างๆ ฯลฯ นอกจากนี้ร้านกาแฟสดจะประสบความสำเร็จคือ “รสชาติของกาแฟ” ซึ่งการชงกาแฟเป็นศิลป์อย่างหนึ่งที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน ผู้ที่ต้องการจะเปิดร้านกาแฟสดจะต้องชอบดื่มกาแฟอร่อยและมีความหลงใหลในรสชาติของกาแฟ มีความสามารถในการชงกาแฟเป็นอย่างดี โดยเมล็ดกาแฟที่นำมาชงให้ลูกค้าดื่มต้องถูกเก็บรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อความสดใหม่ ทำให้เวลาชงจะมีกลิ่นหอมและรสชาติดี ซึ่งก่อนจะเปิดร้านกาแฟสดควรศึกษาวิธีการชงกาแฟสด การเก็บรักษาเมล็ดกาแฟให้ถูกวิธี วิธีการบดเมล็ดกาแฟให้เหมาะสมกับเครื่องชงกาแฟสด วิธีการดูแลทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์การชงกาแฟให้ถูกวิธี โดยเป็นสิ่งที่ล้วนแล้วแต่มีผลกับรสชาติของกาแฟสดที่ทำออกมาให้ลูกค้าจึงต้องใส่ใจพิถีพิถันเป็นพิเศษ นอกจากเรื่องรสชาติของเครื่องดื่มแล้ว ยังมีความสะอาดและความสะดวกสบายของร้าน การจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ในร้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าได้เร็ว มีนิตยสาร, หนังสือพิมพ์และ wifi ไว้บริการลูกค้า รวมทั้งมีบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกสะดวกสบาย เกิดความประทับใจและอยากกลับมาใช้บริการอีก ข้อดีของการดื่มกาแฟที่คอกาแฟอาจไม่เคยทราบ แม้ในกาแฟสดจะมีคาเฟอีนซึ่งก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย แต่การดื่มกาแฟก็ยังให้คุณประโยชน์ไม่น้อย โดยเฉพาะการดื่มกาแฟสดแบบเข้ม&ขม อย่างกาแฟดำ ( กาแฟสดเพียว ๆที่ไม่ปรุงแต่งรสใดๆ) อาจจะเป็นเรื่องที่ยากเย็นสำหรับบางคน เพราะไม่มีรสชาติอื่นนอกจากรสของกาแฟสด แต่ก็มีคอกาแฟอีกหลายคนที่ชื่นชอบดื่มเมนูกาแฟสดดำ เพราะรู้สึกว่าได้สัมผัสรสชาติของกาแฟอร่อยอย่างแท้จริง ทำให้เข้าถึงจิตวิญญาณแห่งความบริสุทธิ์และได้อะไรมากกว่าที่คิด กาแฟสดช่วยลดความเครียด เมื่อรู้สึกเครียดๆ เหนื่อยๆ แล้วได้จิบกาแฟสดซักแก้วก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น นั่นก็เพราะการดื่มกาแฟสดสามารถช่วยลดความเครียดได้จริงๆ โดยมีผลวิจัยว่า คนที่ดื่มกาแฟ 2-3 แก้วต่อวัน จะสามารถลดความเครียดได้ประมาณ 15% หากดื่ม 4 แก้วต่อวัน จะสามารถลดความเครียดได้ถึง 20% การดื่มกาแฟสดยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้ กาแฟสดช่วยกระตุ้นความจำ สารคาเฟอีนคือสารกระตุ้นที่เป็นพลังงานชั้นดีให้กับสมอง ซึ่งคาเฟอีนจะยับยั้งการเชื่อมต่อกันระหว่างอะดีโนซีนและเบนโซไดอะซีปีนกับเยื่อบุสมอง ซึ่งจากสารสื่อประสาทเหล่านี้จะทำให้สมองทำงานช้าลง และประสิทธิภาพการทำงานสมองลดลง โดยผลการวิจัยของอเมริกาพบว่า หากคุณดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน จะสามารถพัฒนาความจำและปฏิกิริยาตอบโต้ได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง เมล็ดกาแฟสดเป็นหนึ่งในแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจะมีปริมาณมากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระในพืช ชา และไวน์ถึงสามเท่า หากดื่มกาแฟวันละ 2-5 แก้ว จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก รวมทั้งมะเร็งตับได้ด้วย กาแฟสดช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ เพราะเมล็ดกาแฟสดมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก จึงส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิวหนังให้กลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมคนถึงนิยมนำกาแฟมาเป็นส่วนผสมของสูตรลับเพื่อเสริมความงามต่างๆ กาแฟสดช่วยให้อายุยืนยาวขึ้น การดื่มกาแฟสดเพียงวันละแก้วจะช่วยให้อายุยืนยาวขึ้น มีการพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรครุนแรงต่างๆ อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ หากดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 1 แก้วจะมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่า แต่หากดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วจะยิ่งลดโอกาสเสี่ยงลงไปอีกถึงร้อยละ16 กาแฟสดป้องกันไวรัสตับอักเสบ B หากใครที่ดื่มกาแฟสดดำ จะช่วยป้องกันไวรัสตับอักเสบ B ได้ โดยเรื่องนี้มีการวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่าป้องกันได้จริง กาแฟสดช่วยละลายไขมัน การดื่มกาแฟสดอาราบิก้าดำหลังอาหาร จะช่วยให้ไขมันแตกตัว กระตุ้นการเผาผลาญอาหาร จึงทำให้ลดความอ้วนได้ แถมยังช่วยลดคอเลสเตอรอล และป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้การดื่มกาแฟสด รวมทั้งกาแฟดำ ยังช่วยป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และ มะเร็งในช่องปาก ช่วยแก้ปวดศีรษะ ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานดีขึ้น และยังป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหอบ รวมทั้งช่วยลดความชรา โดยการปรับอ๊อกซิเจนในร่างกายให้สมดุล ทำให้แก่ช้าลง คนท้องเรียนทำกาแฟโบราณ สดได้หรือไม่?? หรือเรียนทำกาแฟโบราณอย่างไรไม่ให้กระทบทารกในครรภ์? คนท้องดื่มเรียนทำกาแฟโบราณได้ไหม?” เป็นคำถามยอดฮิตที่คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการคำตอบเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุที่ว่าการดื่มเรียนทำกาแฟโบราณเป็นประจำทุกวัน อาจทำให้เกิดอาการติดกาแฟขั้นหนัก บางคนเมื่อไม่ได้ดื่มกาแฟสดก็จะเกิดอาการหงุดหงิดและปวดหัวอย่างมาก ทำให้เกิดอาการกระวนกระวายเมื่อไม่ได้ดื่ม แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องการจะดื่มหรือจิบเรียนทำกาแฟโบราณก็กลัวจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ และถ้าหากดื่มคาเฟอีนจากในกาแฟสดจะมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์อย่างไรบ้าง? คุณแม่สามารถเรียนทำกาแฟโบราณในขณะตั้งครรภ์ได้หรือไม่ เรียนทำกาแฟโบราณเป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง ซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์และตัวคุณแม่หากดื่มมากเกินไป แต่ทางการแพทย์ได้กล่าวว่า การดื่มกาแฟในปริมาณที่น้อยๆ จะไม่ส่งผลใดๆ กับทารกโดยตรง ทำให้คุณแม่จึงสามารถดื่มเรียนทำกาแฟโบราณในระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสม หรือไม่ดื่มบ่อยเกินไปนั่นเอง ซึ่งการดื่มกาแฟสดอย่างพอเหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ก็คือดื่มไม่เกินวันละ 2-3 ถ้วย หรือเมื่อเช็คปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับ โดยจะต้องไม่เกิน 200-300 มิลิกรัมต่อวัน แต่หากเป็นไปได้ ควรดื่มกาแฟให้น้อยที่สุดหรืออาจจะงดดื่มก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพทั้งต่อตัวคุณแม่และทารกน้อยได้เป็นอย่างมาก ผลกระทบจากเรียนทำกาแฟโบราณ เมื่อแม่ท้องดื่มมากเกินไป ในขณะตั้งครรภ์คุณแม่อาจจะสามารถดื่มเรียนทำกาแฟโบราณ ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์มากนัก แต่ก็ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป ซึ่งผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ดื่มกาแฟมากเกินกำหนดอาจมีผลทำให้ ทารกเจริญเติบโตช้า ขณะตั้งครรภ์หากเรียนทำกาแฟโบราณมากเกินไป จะส่งผลให้การเจริญเติบโตของลูกน้อยช้าลงและอาจเกิดความผิดปกติได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติทางกาย และความผิดปกติทางด้านสมอง เนื่องจากคาเฟอีนเข้าไปทำลายเซลล์ต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อการเติบโตและการพัฒนาการของเด็ก หากต้องการให้ลูกน้อยคลอดออกมาอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง ก็ไม่ควรดื่มกาแฟสดเกินจากปริมาณที่กำหนด เสี่ยงต่อการแท้งบุตร ทารกที่อยู่ในครรภ์คุณแม่ยังมีลักษณะเป็นก้อนเลือดเล็กๆ จึงสามารถเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย ช่วงนี้ หากคุณแม่เรียนทำกาแฟโบราณ มากเกินไปหรือได้รับปริมาณคาเฟอีนที่สูงกว่ากำหนด ก็จะทำให้มีโอกาสแท้งได้สูง ถ้าจะให้ดีในช่วง 3 เดือนแรก ควรงดดื่มกาแฟดีกว่า เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด เพราะคาเฟอีน จะกระตุ้นให้มดลูกมีการบีบรัดตัวมากขึ้น เป็นผลให้ทารกถูกดันออกมา จนทำให้เกิดอาการเจ็บท้องคลอดทำให้แพทย์จำเป็นต้องทำคลอดให้ก่อนกำหนด แม้เด็กจะมีอายุครรภ์เพียงแค่ 7 เดือนก็ตาม ซึ่งการคลอดก่อนกำหนด จะทำให้ทารกอยู่ในภาวะ 50/50 เพราะไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ อีกทั้งระบบต่างๆ ภายในร่างกายยังไม่สมบูรณ์มากทำให้ทารกบางคนที่คลอดก่อนกำหนด อาจต้องอยู่ในตู้อบเป็นเวลา 2-3 เดือน กาแฟสดทำให้ปัสสาวะบ่อยๆ การปัสสาวะบ่อยๆ สำหรับคุณแม่ที่ดื่มกาแฟสด ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะในขณะปัสสาวะ ร่างกายจะขับเอาแคลเซียมออกมาพร้อมกับปัสสาวะด้วย เมื่อมีการปัสสาวะบ่อยๆ จึงทำให้ร่างกายต้องสูญเสียแคลเซียมไปเป็นจำนวนมากกว่าปกติ นอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณแม่แล้วยังส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างมวลกระดูกและการพัฒนาการของลูกน้อยอีกด้วย นอกจากนี้กาแฟสดยังอาจทำให้คุณแม่นอนไม่หลับ ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่มากเพราะในขณะตั้งครรภ์ ร่างกายของผู้หญิงจะต้องการการพักผ่อนมากที่สุด เพื่อช่วยลดความอ่อนเพลียจากการอุ้มท้อง และช่วยให้คุณแม่เกิดความผ่อนคลายมากขึ้น และเมื่อย้อนกลับมาคำถามข้างต้นที่ว่า “คนท้องดื่มกาแฟได้ไหม?” สรุปได้ว่า ในขณะตั้งครรภ์คุณแม่สามารถดื่มกาแฟสดได้ตามปกติ แต่ก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป คนท้องดื่มกาแฟสดได้หรือไม่?? หรือดื่มอย่างไรไม่ให้กระทบทารกในครรภ์? คนท้องดื่มกาแฟสดได้ไหม?” เป็นคำถามยอดฮิตที่คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการคำตอบเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุที่ว่าการดื่มกาแฟสดเป็นประจำทุกวัน อาจทำให้เกิดอาการติดกาแฟขั้นหนัก บางคนเมื่อไม่ได้ดื่มกาแฟสดก็จะเกิดอาการหงุดหงิดและปวดหัวอย่างมาก ทำให้เกิดอาการกระวนกระวายเมื่อไม่ได้ดื่ม แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องการจะดื่มหรือจิบกาแฟสดก็กลัวจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ และถ้าหากดื่มคาเฟอีนจากในกาแฟสดจะมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์อย่างไรบ้าง คุณแม่สามารถดื่มกาแฟสดในขณะตั้งครรภ์ได้หรือไม่ กาแฟสดเป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง ซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์และตัวคุณแม่หากดื่มมากเกินไป แต่ทางการแพทย์ได้กล่าวว่า การดื่มกาแฟในปริมาณที่น้อยๆ จะไม่ส่งผลใดๆ กับทารกโดยตรง ทำให้คุณแม่จึงสามารถดื่มกาแฟสดในระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสม หรือไม่ดื่มบ่อยเกินไปนั่นเอง ซึ่งการดื่มกาแฟสดอย่างพอเหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ก็คือดื่มไม่เกินวันละ 2-3 ถ้วย หรือเมื่อเช็คปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับ โดยจะต้องไม่เกิน 200-300 มิลิกรัมต่อวัน แต่หากเป็นไปได้ ควรดื่มกาแฟให้น้อยที่สุดหรืออาจจะงดดื่มก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพทั้งต่อตัวคุณแม่และทารกน้อยได้เป็นอย่างมาก ผลกระทบจากกาแฟสด เมื่อแม่ท้องดื่มมากเกินไป ในขณะตั้งครรภ์คุณแม่อาจจะสามารถดื่มกาแฟสดได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์มากนัก แต่ก็ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป ซึ่งผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ดื่มกาแฟมากเกินกำหนดอาจมีผลทำให้ ทารกเจริญเติบโตช้า ขณะตั้งครรภ์หากดื่มกาแฟสดมากเกินไป จะส่งผลให้การเจริญเติบโตของลูกน้อยช้าลงและอาจเกิดความผิดปกติได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติทางกาย และความผิดปกติทางด้านสมอง เนื่องจากคาเฟอีนเข้าไปทำลายเซลล์ต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อการเติบโตและการพัฒนาการของเด็ก หากต้องการให้ลูกน้อยคลอดออกมาอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง ก็ไม่ควรดื่มกาแฟสดเกินจากปริมาณที่กำหนด เสี่ยงต่อการแท้งบุตร ทารกที่อยู่ในครรภ์คุณแม่ยังมีลักษณะเป็นก้อนเลือดเล็กๆ จึงสามารถเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย ช่วงนี้ หากคุณแม่ดื่มกาแฟสดมากเกินไปหรือได้รับปริมาณคาเฟอีนที่สูงกว่ากำหนด ก็จะทำให้มีโอกาสแท้งได้สูง ถ้าจะให้ดีในช่วง 3 เดือนแรก ควรงดดื่มกาแฟดีกว่า เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด เพราะคาเฟอีน จะกระตุ้นให้มดลูกมีการบีบรัดตัวมากขึ้น เป็นผลให้ทารกถูกดันออกมา จนทำให้เกิดอาการเจ็บท้องคลอดทำให้แพทย์จำเป็นต้องทำคลอดให้ก่อนกำหนด แม้เด็กจะมีอายุครรภ์เพียงแค่ 7 เดือนก็ตาม ซึ่งการคลอดก่อนกำหนด จะทำให้ทารกอยู่ในภาวะ 50/50 เพราะไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ อีกทั้งระบบต่างๆ ภายในร่างกายยังไม่สมบูรณ์มากทำให้ทารกบางคนที่คลอดก่อนกำหนด อาจต้องอยู่ในตู้อบเป็นเวลา 2-3 เดือน กาแฟสดทำให้ปัสสาวะบ่อยๆ การปัสสาวะบ่อยๆ สำหรับคุณแม่ที่ดื่มกาแฟสด ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะในขณะปัสสาวะ ร่างกายจะขับเอาแคลเซียมออกมาพร้อมกับปัสสาวะด้วย เมื่อมีการปัสสาวะบ่อยๆ จึงทำให้ร่างกายต้องสูญเสียแคลเซียมไปเป็นจำนวนมากกว่าปกติ นอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณแม่แล้วยังส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างมวลกระดูกและการพัฒนาการของลูกน้อยอีกด้วย นอกจากนี้กาแฟสดยังอาจทำให้คุณแม่นอนไม่หลับ ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่มากเพราะในขณะตั้งครรภ์ ร่างกายของผู้หญิงจะต้องการการพักผ่อนมากที่สุด เพื่อช่วยลดความอ่อนเพลียจากการอุ้มท้อง และช่วยให้คุณแม่เกิดความผ่อนคลายมากขึ้น และเมื่อย้อนกลับมาคำถามข้างต้นที่ว่า “คนท้องดื่มกาแฟได้ไหม?” สรุปได้ว่า ในขณะตั้งครรภ์คุณแม่สามารถดื่มกาแฟสดได้ตามปกติ แต่ก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป คุณประโยชน์ต่อสุขภาพอันน่าทึ่ง!จากการดื่มกาแฟ การดื่มกาแฟสดแทบจะกลายเป็นวัฒนธรรมของคนทั่วโลกที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ซึ่งในทุกๆ วันกาแฟสดนับล้านแก้วถูกปรุงแต่งเพื่อช่วยเติมความกระฉับกระเฉงให้กับผู้คน ที่แม้อาจจะมีคำถามว่าการดื่มกาแฟสดเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?โดยสรรพคุณของกาแฟสดถูกวิจัยมานานหลายทศวรรษ และมีการแสดงให้เห็นว่ากาแฟอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่จะส่งผลเป็นอันตรายต่อร่างกาย องค์ประกอบหลักของกาแฟสดที่ทำให้กาแฟดีต่อสุขภาพของคุณ คือ สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) และคาเฟอีน (caffeine) ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้สามารถต่อต้านริ้วรอย ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ในร่างกายจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา นอกจากนี้กาแฟสดยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอันน่าทึ่งอีกด้วย 1.กาแฟสดป้องกันฟันผุ กาแฟสดสามารถป้องกันโรคฟันผุได้ เพราะมีสารประกอบที่เรียกว่า trigonelline ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักของฟันผุเป็นสารที่ให้กลิ่นหอมและมีรสชาติที่ขม 2.กาแฟสดเพิ่มความกระฉับกระเฉง คาเฟอีนสามารถช่วยทำให้คุณมีสมาธิที่ในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น โดยจะช่วยลดความเมื่อยล้า และช่วยเพิ่มความตื่นตัวให้แก่ร่างกาย ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการกระตุ้นสมองของคาเฟอีน 3.กาแฟสดช่วยลดความเสี่ยงโรคตับแข็ง การดื่มกาแฟสดพบว่าช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับแข็งได้มากถึง 80% และยังช่วยลดความเสียหายของตับในคนที่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก ประโยชน์ดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับสารฟีนอล (phenols) และสารอื่น ๆ ที่พบในกาแฟ 4.กาแฟสดบรรเทาอาการของโรคหอบหืด คุณสมบัติทางเคมีของคาเฟอีนมีความคล้ายคลึงกับยา theophylline ซึ่งเป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคหอบหืด ทำให้มีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดลม เมื่อดื่มกาแฟสดจึงสามารถบรรเทาอาการหอบ ไอ และหายใจถี่ที่เกิดขึ้นจากโรคหอบหืดได้ 5.กาแฟสดป้องกันมะเร็งชนิดต่าง ๆ การดื่มกาแฟวันละสองถ้วย สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 25% และมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งตับน้อยกว่ากับคนที่ไม่ดื่มถึง 50% การดื่มกาแฟยังมีความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมลดลง ซึ่งคุณประโยชน์ของกาแฟอาราบิก้าอาจเป็นผลมาจาก methylpyridinium ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มเอนไซม์ในเลือด และยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 6.กาแฟสดป้องกันภาวะสมองเสื่อม การดื่มกาแฟสดในช่วงอายุ 40-60 ปี สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และช่วยลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้ 7.ป้องกันโรคพาร์กินสัน สารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่าง ๆ ในเมนูกาแฟสด จะช่วยป้องกันความเสียหายให้กับเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ หากดื่มกาแฟสดเป็นประจำ จะมีโอกาสเป็นโรคพาร์กินสันน้อยลดลง โดยเป็นผลมาจากคาเฟอีนที่สามารถยับยั้งสาร adenosine ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่จะสามารถช่วยปกป้องเซลล์สมองไม่ให้ถูกทำลาย 8.ป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี สารประกอบบางชนิดที่พบได้ในกาแฟสด สามารถช่วยป้องกันการตกผลึกของน้ำดีอันเป็นสาเหตุของโรคนิ่ว โดยโรคนิ่วในถุงน้ำดีจะทำให้เกิดความเจ็บปวด เป็นไข้และโรคดีซ่านตามมา แต่การดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงของโรคชนิดนี้ได้ถึง 50% การดื่มกาแฟสดเป็นประจำอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ด้วยคุณประโยชน์ในข้างต้น และยังช่วยเพิ่มพลังในการทำงานให้กับคุณ แม้ว่ากาแฟจะช่วยป้องกันโรคบางชนิดได้แต่ก็ไม่ควรดื่มกาแฟในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณเช่นเดียวกัน

Subscribe To Get SMS Update!!!

     -